ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีใครเลยที่ทราบว่า Riot Game ได้สร้างและวางแผนสำหรับอนาคตหลังครบ 1 ทศวรรษของพวกเขาไว้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพราะนอกจาก League of Legends หนึ่งในเกม MOBA และเกมชั้นนำแถวหน้าที่มีผู้เล่นเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกแล้ว พวกเขาก็ไม่เคยพูดถึงเกมอื่น ๆ เลย แม้จะมีข่าวหลุดออกมาบ้างเป็นบางครั้งก็ตาม  หนึ่งในเกมที่ออกมาหลังจากการเปิดตัวอันเป็นตำนานเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2562 ก็คือ “Legends of Runeterra” หรือ LoR ที่เปลี่ยนจากเกมแนว MOBA กลายเป็นการ์ดเกมที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นอยู่ในขณะนี้

LoR คือเส้นทางใหม่ที่ Riot Game เลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวของ LoL ในอีกมุมมองหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องราวอันเป็นตำนานต่าง ๆ ของจักรวาล LoL เป็นการเล่าในอีกส่วนที่หลาย ๆ คนไม่เคยเห็นมาก่อน หลังจากการทดสอบและอัปเดตหลายตครั้ง เรามาดูกันว่า “LoR” นั้นเป็นอย่างไร จะเป็นเกมที่ดีเยี่ยมได้เหมือน  LoL อันเป็นต้นกำเนิดของตัวเองได้หรือไม่ และในฐานะที่เป็นการ์ดเกม เมื่อเทียบกันกับเกมอื่น ๆ แล้ว LoR นั้นถือว่ามีโอกาสที่จะเป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการได้หรือเปล่า เราไปชมพร้อม ๆ กัน

Story

ก็พอพูดได้อย่างเต็มปากว่า LoR นั้นไม่มีเส้นเรื่องที่เป็นหลักของตัวเอง แต่เราที่เป็นผู้เล่นก็สามารถดื่มด่ำกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่การ์ดแต่ละใบจะบอกเรา ใน LoR การ์ดทุกใบไม่ว่าจะเป็นระดับที่ต่ำสุด หรือการ์ดระดับ Champion ที่ทุกคนรู้จักกันดี ทุกคนล้วนมีเนื้อเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ ระบุเอาไว้ ซึ่งเราก็สามารถเข้าไปอ่านได้ แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าของมันในตอนนั้นก็ตาม

การ์ดใน LoR ถูกแบ่งตาม “Regions” ซึ่งก็คือดินแดนต่าง ๆ ในเกมนั่นเอง ประกอบด้วย

Demacia : ดินแดนแห่งผู้กล้า อัศวินผู้รักความเป็นธรรม ชาวเดมาเซียในเกียรติยศและหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด

Freljord : ดินแดนน้ำแข็งที่โหดร้ายและไร้ความเมตตา ผู้คนของที่นี่ทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นนักรบ

Ionia : เป็นพื้นที่อันเต็มไปด้วยความลึกลับ เวทมนตร์ และธรรมชาติ บนสมดุลอันเปราะบางในตอนนี้

Noxus : จักรวรรดิทรงอำนาจ เป็นกลุ่มคนซึ่งทรนง ให้ความสำคัญแก่ความแข็งแกร่งเหนือสิ่งอื่นใด

Piltover & Zaun : อาณาจักรแห่งเทคโนโลยีและความก้าวหน้า ที่เป็นเหมือนเป็นคู่ตรงข้ามของกันและกัน

Shadow Isles : แผ่นดินแห่งความตาย ภูตผีและวิญญาณ ที่กำลังค่อย ๆ กัดกิน Runeterra อย่างช้า ๆ